บริษัท มีทวี ทัวร์ จำกัด 
ขอนำเสนอทัวร์ยุโรป ราคาถูก
ทัวร์ยุโรป หลากหลายเส้นทาง
ทัวร์อิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส
ทัวร์ยุโรปตะวันออก เยอรมัน ปราก
โปรแกรมทัวร์ยุโรป ปีใมห่ 2561/2018
จัดกรุ๊ปทัวร์ยุโรป ราคาประหยัด

สนใจทัวร์ยุโรป
โทร:
02-736-1599
Hot Line 095-398-4141
Homeทัวร์ตุรกีทัวร์ตุรกี อิสตันบลู ไคเซอร์รี่ 8 วัน 5 คืน ชมระบำหน้าท้อง วันรัฐธรรมนูญ 2560 (TK)

ทัวร์ตุรกี อิสตันบลู ไคเซอร์รี่ 8 วัน 5 คืน ชมระบำหน้าท้อง วันรัฐธรรมนูญ 2560 (TK)

Share


ทัวร์ตุรกี ราคาถูก ตุรกี ไคโร อิสตันบูล โปรแกรมทัวร์ตุรกี เที่ยวอิสตันบูล ทัวร์ยุโรป ตุรกี
ทัวร์ตุรกี ราคาถูก โปรแกรมทัวร์ตุรกี ทัวร์ตุรกี 2560 ราคาทัวร์ตุรกี ตุรกี โปรแกรมทัวร์ตุรกี ทัวร์ตุรกี ราคาถูก 2559 ทัวร์ตุรกี อิสตันบูล แพคเกจทัวร์ตุรกี ทัวร์ตุรกี 2559 โปรแกรมทัวร์ตุรกี ทัวร์ตุรกี ราคาถูก 2560 ราคาทัวร์ตุรกี ตุรกี ทัวร์ตุรกี ราคาถูก ทัวร์ตุรกีราคาถูก ทัวร์ตุรกี 2560 แพคเกจทัวร์ตุรกี เที่ยวตุรกี ม้าไม้เมืองทรอย ทัวร์ตุรกี ราคาถูก 2017 โปรแกรมทัวร์ตุรกี ราคาทัวร์ตุรกี ตุรกี ทัวร์ตุรกี ราคาถูก 2560 ทัวร์ตุรกีราคาถูก ทัวร์ตุรกี แพคเกจทัวร์ตุรกี เที่ยวตุรกี

จุดเด่นทัวร์ตุรกี ทัวร์ตุรกี อิสตันบลู ไคเซอร์รี่ ชมระบำหน้าท้อง วันรัฐธรรมนูญ 2560 หมู่บ้านของชาวพื้นเมือง พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม่ นครใต้ดินไคมัคลี โรงงานทอพรม คาราวานซาไร พิพิธภัณฑ์เมฟลานา นครโบราณฮีราโพลีส ปราสาทปุยฝ้าย จัตุรัสโดมิเชียน วิหารฮาเดรียน โรงงานผลิตเครื่องหนัง วิหารอะโครโปลิส ม้าไม้ตามตำนาน นั่งบอลลูนชมความงามของเมืองคัปปาโดเกีย
ยานพาหนะ /สายการบิน  Turkish Airlines (TK)
รหัสทัวร์ตุรกี PK-TUR-8D5N-TK


วันเดินทางทัวร์ตุรกี
อัตราค่าบริการทัวร์ตุรกี
ผู้ใหญ่ เด็กพักกับ
ผู้ใหญ่ 1 ท่าน
เด็กมีเตียง เด็กไม่มีเตียง พักเดี่ยว
จ่ายเพิ่ม
25 ต.ค. - 1 พ.ย. 60 35,900 35,900 35,900 34,900 4,000
11 - 18 พ.ย./ 25 พ.ย. - 2 ธ.ค. 60 35,900 35,900 35,900 34,900 4,000
6 - 13, 11 - 18 ธ.ค. 60 35,900 35,900 35,900 34,900 4,000


หมายเหตุ:
  เนื่องจากโปรแกรมนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลง, ก่อนตัดสินใจจองทัวร์กรุณาตรวจสอบโปรแกรมอัพเดจล่าสุดจากฝ่ายขายที่จัดส่ง ให้ลูกค้าเป็นสำคัญ

รายละเอียดโปรแกรมทัวร์ตุรกี อิสตันบลู ไคเซอร์รี่ 8 วัน 5 คืน ชมระบำหน้าท้อง วันรัฐธรรมนูญ 2560 (TK)
วันแรก กรุงเทพฯ-อีสตันบูล   
18.30

22.35
นัดหมายคณะพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ชั้น 4 แถว S สายการบินเตอร์กิส (Turkish Airlines- TK) มีเจ้าหน้าที่คอยต้อนรับ และบริการเรื่องกระเป๋าเดินทาง เช็คอินรับบัตรที่นั่งบนเครื่องบิน
สายการบินเตอร์กิช เที่ยวบินที่ TK 65 นำท่านเหิรฟ้าสู่กรุงอิสตันบูล เสิร์ฟอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน
วันที่ 2 อีสตันบูล-ไคเซอร์รี่-คัปปาโดเกี
05.50
07.35
09.00
เดินทางถึงท่าอากาศยานอตาเติร์ก ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร เปลี่ยนเครื่องบิน
สายการบินเตอร์กิช เที่ยวบินที่ TK 2018 นำท่านเหิรฟ้าสู่ไคเซอร์รี่
เดินทางถึงท่าอากาศยานไคเซอร์รี่ รับกระเป๋าสัมภาระ
จากนั้นเดินทางสู่คัปปาโดเกีย หนึ่งในมรดกโลกที่ประกาศโดยองค์การยูเนสโกเมื่อปีค.ศ. 1985 ภาพแปลกตาน่าพิศวงทุกภาพที่ปรากฏ ท่านอาจแทบไม่เชื่อว่านี่คือฝีมือของธรรมชาติล้วนๆ ภายหลังที่ภูเขาไฟระเบิดขึ้นเมื่อราวๆ 2 ล้านปีที่ผ่านมา ก็มีลาวาและเถ้าถ่านพวยพุ่งออกมาเป็นจำนวนมาก พอเย็นตัวลงก็กลบแผ่นดินเดิมหนาขึ้นร่วม 150 เมตรกลายเป็นชั้นดินใหม่ กว่าจะเป็นริ้วคลื่น หินเป็นลอนสวยงาม หินเป็นแท่ง ปล่องไฟ กรวย หินรูปเห็ดรูปเจดีย์ ก็ต้องถูกทั้งกัดกร่อนจากลม ฝน หิมะ และสายน้ำมานับล้านปี ซึ่งท่านจะเริ่มมองเห็นวิวสองข้างประปรายเมื่อเริ่มเข้าสู่คัปปาโดเกีย
จากนั้นนำท่านไปชมหมู่บ้านของชาวพื้นเมืองในแถบนี้ ที่บ้านช่องของผู้คนสร้างไปตามหินผา บางบ้านก็ดัดแปลงมาจากถ้ำซะเลย แบ่งเป็นสัดส่วนห้องรับแขก มีพรมปูเอาไว้นั่งจิบชากาแฟ...
จากนั้นนำท่านสู่หมู่บ้านอวานอส หมู่บ้านเล็กๆ ที่มีชื่อเรื่องเครื่องปั้นดินเผาและงานเซรามิก เนื่องจากมีแม่น้ำที่มีดินตะกอนแดงไหลผ่าน ชาวบ้านเลยนำดินมาลองปั้นใช้เป็นอุปกรณ์เครื่องใช้ในครัวเรือน ต่อมาก็ปั้นขายกันมาจนถึงทุกวันนี้ ให้ท่านได้ชมโชว์ปั้นหม้อ ทดลองปั้นเองได้ด้วย และเดินชมสินค้าที่มีทั้งของใช้ในครัวเรือน ของประดับตกแต่งบ้านและของที่ระลึก จากนั้นนำท่านเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม่ ซึ่งเป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์ในช่วงปี ค.ศ.9 โดยเป็นความคิดของชาวคริสต์ที่ต้องการเผยแผ่ศาสนาโดยการขุดถ้ำเป็นจำนวนมากเพื่อสร้างโบสถ์ และยังเป็นการป้องกันการรุกรานจากชนเผ่าลัทธิอื่นที่ไม่เห็นด้วยกับศาสนาคริสต์ ว่ากันว่ามีโบสถ์ถ้ำซ่อนอยู่มากถึง 365 แห่งเลยทีเดียว เนื่องจากคนโบราณสร้างโบสถ์ตามจำนวนวันในหนึ่งปี ปัจจุบันโบสถ์ทั้ง 365 แห่งไม่สามารถเข้าชมได้หมด ทางการเปิดให้เข้าชมเพียงบางส่วนเท่านั้น อาทิ โบสถ์แอปเปิล ที่มีภาพเขียนเฟรสโกสีสันฉูดฉาดในช่วงศตวรรษที่ 11 พรรณนาถึงนักบุญและบาทหลวง บางส่วนเล่าถึงคัมภีร์ไบเบิลและชีวิตของพระเยซู โบสถ์งูมีภาพเฟรสโกของพระเยซูที่ในมือมีหนังสือ
กลางวัน รับประทานอาหารในภัตตาคาร
ชมนครใต้ดินไคมัคลี หนึ่งในเมืองใต้ดินสำคัญอันขึ้นชื่อแห่งคัปปาโดเจีย หลักฐานทางประวัติศาสตร์ไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่าเมืองใต้ดินเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่รู้ว่าสร้างมาหลายพันปีแล้ว  และจากข้อสันนิษฐานถึงสาเหตุในการสร้างว่าเพื่อเหตุผลทางการศึกสงครามเป็นสำคัญ เมืองใต้ดินที่นี่ไม่ได้ขุดลึกลงไปแค่ชั้นสองชั้น แต่ว่าขุดลึกไปหลายชั้น และมีการแยกย่อยเป็นห้องต่างๆ มากมาย อาทิ ห้องนอน ห้องรับแขก ห้องนั่งเล่น ห้องอาหาร ห้องเก็บอาหารที่มีโพรงมีช่องเอาไว้กักเก็บอาหาร ห้องไวน์ ห้องครัว จนถึงห้องส้วมเลยทีเดียว และด้วยการออกแบบที่ดี มีทางออกฉุกเฉินที่เป็นทางระบายอากาศไปในตัว ทำให้อากาศข้างในถ่ายเทได้เป็นอย่างดี ไม่อับเหม็น จากนั้นเข้าชมโรงงานทอพรม ดูกรรมวิธีการทำพรมตั้งแต่ขึ้นตอนแรกจนออกมาเป็นผืนพรมงดงามที่น่าสนใจยิ่ง
ค่ำ รับประทานอาหารในโรงแรม
จากนั้นชมการแสดงระบำหน้าท้อง อีกหนึ่งโปรแกรมยอดนิยมของ    นักท่องเที่ยว ระบำหน้าท้องเป็น    ความบันเทิงเริงใจที่ตกทอดมาตั้งแต่ยุคโบราณหลายพันปี เป็นการเต้นที่โยกย้ายเรือนกาย เอว สะโพก และ บังคับกล้ามเนื้อหน้าท้องอย่างพลิ้วไหว ด้วยชุดสุดหวาบหวิว นักเต้นก็มีความชำนาญและประสบการณ์อย่างมาก ถือเป็นศาสตร์และศิลปะอย่างหนึ่งของพวกอาหรับและประเทศในแถบเมดิเตอร์เรเนียน
เข้าที่พัก Uchisa Cave Hotel หรือระดับใกล้เคียง
หมายเหตุ : ในกรณีที่โรงแรมถ้ำเต็ม จะเปลี่ยนเป็นพักโรงแรมระดับใกล้เคียง
วันที่ 3 คัปปาโดเกีย-คอนยา-ปามุคคาเล   
  สำหรับท่านที่สนใจนั่งบอลลูนชมความงามของเมืองคัปปาโดเกีย กรุณาสอบถามรายละเอียด เนื่องจากต้องทำการสำรองที่นั่งบอลลูนล่วงหน้าอย่างน้อย 2-3 วัน รายการนี้ไม่รวมในค่าทัวร์ ค่าขึ้นบอลลูนประมาณ 200 USD ต่อท่าน (กรุณาเช็คราคากับหัวหน้าทัวร์ก่อนชำระเงิน)
สำหรับท่านที่ซื้อรายการบอลลูน เวลาประมาณ 0500 น. เจ้าหน้าที่ของบริษัทบอลลูนจะมารับที่ล๊อบบี้ของโรงแรม ไปยังจุดปล่อยบอลลูน เพื่อรอเวลาขึ้นบอลลูนชมความงดงามของเมืองที่มีลักษณะเป็นถ้ำที่เกิดจากการทับถมกันของลาวาภูเขาไฟเป็นพันๆ ปี ใช้เวลาบินประมาณ 1 ชั่วโมง
เช้า รับประทานอาหารในโรงแรม
เดินทางสู่คอนยา (242 KM) อดีตเมืองหลวงของอาณาจักรเซลจุก อาณาจักรแห่งแรกของชาวเติร์กบนแผ่นดินตุรกี ในช่วงปีค.ศ. 1071-1275 และเป็นศูนย์กลางของนิกายเมฟเลวี ที่ถือกำเนิดมาจากการก่อตั้งของเมฟลานา เยลาเลดิน กวีชาวอัฟกานิสถานที่ทำให้ชาวคริสต์จำนวนไม่น้อยหันมานับถือศาสนาอิสลาม เหล่าสาวกของเมฟลานาจึงเชื่อกันว่าเขาคือผู้วิเศษแห่งศาสนาอิสลาม ระหว่างเดินทางผ่านเมืองอักซาไร ผ่านชมคาราวานซาไร จุดพักโบราณระหว่างทางของชาวเติร์กในสมัยออตโตมัน เพื่อติดต่อทำการค้าขายกันระหว่างเมือง ซึ่งเส้นทางนี้เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางสายไหม
กลางวัน รับประทานอาหารในภัตตาคาร
ชมพิพิธภัณฑ์เมฟลานา ก่อตั้งเมื่อปีค.ศ.1231 โดยเมฟลานา เจลาเลดดิน รูบี ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นผู้วิเศษ  ของศาสนาอิสลาม ท่านเป็นผู้ชักชวนคนที่นับถือศาสนาคริสต์ให้เปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลามโดยมีพื้นฐานอยู่บนความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน เดิมเป็นสถานที่นักบวชในศาสนาอิสลามทำสมาธิ โดยการเดินหมุนเป็นวงกลมขณะฟังเสียงขลุ่ย ส่วนหนึ่งของพิพิธภัณฑ์เป็นสุสานของเมฟลาน่า เจลาเลดดิน อาจารย์ทางปรัชญาประจำราชสำนักแห่งสุลต่านอาเลดิน เคย์โคบาท ภายนอกเป็นหอทรงกระบอกปลายแหลมสีเขียวสดใส ภายในประดับฝาผนังแบบมุสลิม และยังเป็นสุสานสำหรับผู้ติดตาม สานุศิษย์ บิดา และบุตร ของเมฟลาน่าด้วย
จากนั้นเดินทางมุ่งหน้าสู่ปามุคคาเล (405 KM) เมืองในจังหวัดเดนิซลี อยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของตุรกี หนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของตุรกี ปรากฏการณ์มหัศจรรย์อันน่าทึ่งของธรรมชาติที่หาดูไม่ได้ง่ายๆ
ค่ำ รับประทานอาหารในโรงแรม เข้าที่พัก Ninova Thermal Hotel หรือระดับใกล้เคียง
วันที่ 4 ปามุคคาเล-คูซาดาซึ
เช้า รับประทานอาหารในโรงแรม
ผ่านชมนครโบราณฮีราโพลีส ตามตำนานกล่าวว่าสร้างขึ้นในราว 190  ปีก่อนคริสตกาล ใกล้ๆ กับธารน้ำแร่ร้อน ต้นธารแห่งปามุคคาเล (ในปัจจุบัน) ฮีราโพลิสเป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์ ศูนย์กลางทางศาสนา ปัจจุบันนี้แม้จะเหลือเพียงซาก แต่ยังคงมีเสน่ห์ และชมปราสาทปุยฝ้าย มีจุดเด่นที่หน้าผาสีขาวขุ่นหน้าตาเหมือนธารน้ำแข็งขั้นบันได เกิดจากน้ำแร่ร้อนที่มีส่วนผสมของแคลเซียมออกไซด์ผุดขึ้นจากใต้ดิน ตกตะกอนเป็นหินปูนห่มเนินเขาทั้งลูกมานับพันปีจนกลายเป็นชั้นหินลดหลั่นเหมือนระเบียงหิมะ งดงามจนได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมและชาติในปีค.ศ. 1988
กลางวัน รับประทานอาหารในภัตตาคาร
เดินทางสู่คูซาดาซึ (183 KM) เมืองท่าในอดีต เป็นจุดส่งถ่ายสินค้าที่สำคัญของพ่อค้าวานิชจากยุโรปและแอฟริกาใต้ นำท่านชมเมืองโบราณเอเฟซุส เป็นเมืองเก่ามีอายุราว 2,000 ปี ถือว่าเป็นเมืองเก่าที่มีสภาพสมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก แม้ปัจจุบันเมืองเอเฟซุสจะทำการขุดแต่งบูรณะได้แค่เพียง 10 กว่าเปอร์เซ็นต์ แต่ว่าเมืองนี้ก็เต็มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์แห่งอารยธรรมกรีก-โรมันอันสุดคลาสสิก เดินไปชมโรงละครโอเดียน ตั้งตระหง่านโดดเด่น ในอดีตใช้แสดง  ดนตรีและเป็นที่ประชุมสภาเมือง... จัตุรัสโดมิเชียน มีแท่นบูชาแบบโรมัน รูปสลักเฮอร์คิวลีส ประตูเฮราคลีส รูปสลักไนกี เทพธิดาแห่งชัยชนะ... ถนนคูเรตีส ถนนหลักกลางเมือง... วิหารฮาเดรียน สร้างขึ้นราว ค.ศ.138 ปัจจุบันเหลือเพียงส่วนด้านหน้าของอาคารเท่านั้น แต่ด้วยองค์ประกอบที่งดงาม โดยเฉพาะรูปสลักต่างๆ อาทิ รูปสลักเรื่องราวการสร้างเมืองเอเฟส รูปสลักเมดูซ่า ... ห้องน้ำสาธารณะแบบโรมัน เป็นส้วมโล่งๆ มีแป้นถ่ายเป็นแผ่นหินเจาะรูพอเหมาะเรียงเป็นแถวติดๆ กัน และมีร่องรอยของห้องอบไอน้ำ ลานน้ำพุเปิดคลอสร้างบรรยากาศและมีการแสดงดนตรีในห้องน้ำสาธารณะ ชาวโรมันในยุคนั้นจึงนิยมใช้ห้องน้ำสาธารณะเป็นสถานที่พบปะพูดคุย เรื่องการบ้านการเมือง ซุบซิบนินทา บันเทิงเริงใจ หรือใช้เป็นที่จีบกันของหนุ่มสาว... ห้องสมุดเซลซุส สร้างขึ้นในปีค.ศ.117 ภายในใช้เป็นที่เก็บม้วนหนังสือที่ทำจากไม้ปาไปรัสกว่า 12,000 ม้วน ห้องสมุดมีลักษณะเป็นอาคาร 2 ชั้น โดดเด่นด้วยเสากรีกอันเป็นแบบแผนสวยงามตามสถาปัตยกรรมแบบคลาสสิก ส่วนฝั่งตรงข้างห้องสมุดเป็นที่ตั้งสำนักนางโลม ซึ่งมีอุโมงค์ลับใต้ดินจากห้องสมุดเดินทะลุไปได้... สุดท้ายไฮไลท์ โรงละครเอเฟซุส  มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโรงละครโบราณในตุรกี จุคนได้กว่า 30,000 คน เป็นโรงละครโค้ง มีลานแสดงตรงกลางล้อมรอบด้วยที่นั่งชมไล่ระดับขึ้นไปจนสูงลิบ ปัจจุบันยังใช้งานได้ดีอยู่และยังมีการจัดการแสดงอยู่บ้างเป็นครั้งคราว เพราะมีฮวงจุ้ยดีที่หันหน้าออกสู่ทะเลเพื่อให้ลมธรรมชาติช่วยพัดเสียงย้อนเข้ามา จากนั้นไต่ขึ้นสู่ยอดเขาไนติงเกล ชมบ้านพระแม่มารี ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นสถานที่สุดท้ายที่พระแม่มารีอาศัยอยู่กระทั่งสิ้นพระชนม์ การค้นพบสถานที่แห่งนี้ค่อนข้างปาฏิหาริย์ทีเดียว โดยเมื่อช่วงประมาณปีค.ศ.1774-1824 แม่ชีชาวเยอรมันชื่อแอนน์ แคเทอรีน
เอเมอริช เกิดนิมิตเห็นภาพบ้านพระแม่มารี จึงเขียนบรรยายสถานที่ไว้ในหนังสืออย่างละเอียดราวกับเห็นด้วยตาตัวเอง นับจากนั้นหลายปีมีการพยายามค้นหาบ้านแห่งนี้โดยอ้างอิงตามคำบอกของเอเมอริช จนกระทั่งค้นพบในปีค.ศ.1891 ปัจจุบันที่นี่กลายเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เพื่อการสักการะของทั้งชาวมุสลิมและคริสเตียน โดยวันที่ 15 สิงหาคม ทุกปีจะมีพิธีสวดมนต์เพื่อระลึกถึงวันที่พระเยซูนำพระแม่มารีขึ้นสู่สวรรค์ จากนั้นไปชมโรงงานผลิตเครื่องหนัง ตุรกีเป็นประเทศที่ส่งออกหนังวัตถุดิบไปยังฝั่งยุโรปเพื่อผลิตเครื่องหนังให้กับแบรนด์ไฮแอนด์ ฟังกรรมวิธีการผลิตเครื่องหนัง และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เสื้อหนังคุณภาพดี
ค่ำ รับประทานอาหารในโรงแรม
เข้าสู่ที่พัก Royal Palace Hotel หรือระดับใกล้เคียง
วันที่ 5 คูซาดาซึ-เพอร์กามัม-ทรอย-ชานัคคาเล
เช้า รับประทานอาหารในโรงแรม
จากนั้นเดินทางไปเพอร์กามัม (193 KM) ศูนย์กลางอารยธรรมเฮโลนิสติกในแถบเมดิเตอร์เรเนียน ทั้งด้านวัฒนธรรม การค้าขาย และการแพทย์ นั่งเคเบิลคาร์ขึ้นไปชมวิหารอะโครโปลิส ซึ่งเป็นที่ขนานนามถึงประหนึ่งดั่งดินแดนในสรวงสวรรค์ ด้านในจะเป็นบริเวณวิหารเทพเจ้าซุส หรือเซอุส ปัจจุบันนี้เหลือแต่ส่วนฐานเท่านั้น แท่นบูชาถูกนำไปเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์เพอร์กามัมที่กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมัน วิหารทราจัน ที่เหลือบริเวณของซุ้มประตูเอาไว้ให้ และโรงละครเพอร์กามัม โรงละครยุคโบราณที่ชันที่สุดในโลก สร้างปีที่ 3 ก่อนคริสตกาล จุคนได้ถึง 10,000 คน
เที่ยง รับประทานอาหารในภัตตาคาร
เดินทางไปยังเมืองทรอย (216 KM) ที่มีชื่อเสียงมาแต่ในอดีต สร้างขึ้นเมื่อ 4,000 ปีมาแล้ว ในอดีตผู้คนส่วนใหญ่คิดว่าเป็นนิยายที่แต่งขึ้นและนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ แต่ในศตวรรษที่ 19 ได้มีการขุดค้นและพบซากเมืองโบราณที่เป็นเมืองทรอยในอดีตว่ามีอยู่จริง ตั้งอยู่บนฝั่งทะเลใกล้ๆ ปากช่องแคบดาร์ดะเนลส์ที่แยกยุโรปกับเอเชียออกจากกัน ตุรกีจึงได้สร้างม้าไม้จำลองเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่หลงไหลในมหากาพย์อีเลียต ที่เล่าว่า กษัตริย์โทรจานพระนามว่า เพรียมแห่งทรอย มีลูกชายคนหนึ่งนามว่า ปารีส โหรทำนายว่าลูกชายคนนี้จะสร้างความยุ่งยากให้แก่เมืองทรอยจนต้องเสียบ้านเสียเมืองในที่สุด กษัตริย์เพรียมก็เลยเอาลูกของตนเองไปให้ชาวบ้านในป่าที่เขาโอลิมปิคเป็นผู้เลี้ยงไว้ เมื่อเติบโตขึ้นปารีสก็กลายเป็นชายหนุ่มรูปงาม อยู่มาวันหนึ่งเทพธิดา 3 องค์ ลูกสาวของเทพซีอุส ชื่อ เฮร่า เอเธน่า และอโพรไดท์ ซึ่งต่างแย่งชิงความเป็นคนสวยที่สุด เพื่อจะได้รับรางวัลแอปเปิลจากเทพธิดาเอริส นางทั้งสามลงมาจากวิมานและตรงเข้ามาถามปารีสว่าใครงามที่สุด เพื่อให้ปารีสเลือกตนเองเทพธิดาทั้งสามก็เสนอของตอบแทนให้ปารีสหากว่าเลือกตนเอง เฮร่าสัญญาว่า จะทำให้ปารีสเป็นจักรพรรดิแห่งยุโรปและเอเชีย เอเธน่าสัญญาว่าจะทำให้เขาพิชิตประเทศกรีกให้ได้ แต่อโพรไดท์สัญญาว่าจะยกผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลกให้เขา ปารีสเลือกอโพรไดท์ และผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลกในขณะนั้นคือ เฮเลน ซึ่งเป็นมเหสีของกษัตริย์เมเนลอส แห่งสปาร์ต้า ต่อมาปารีสเดินทางไปหาเมเนลอสและได้มีโอกาสใกล้ชิดกับเฮเลน ในจังหวะที่เมเนลอสออกจากเมืองไป ปารีสแอบพาเฮเลนหนีกลับทรอย เมเนลอสโกรธยกทัพตามมาหวังขยี้ทรอยให้แหลกแต่รบกัน 10 ปีก็ยังไม่แพ้ชนะ จึงคิดอุบายว่าจะยกทัพกลับทางเรือและทิ้งของขวัญให้แก่ทรอยชิ้นหนึ่งคือ ม้าไม้ขนาดยักษ์ ชาวทรอยหลงเชื่อลากเอาม้าไม้นั้นเข้าเมือง ตกกลางคืนทหารของเมเนลอสก็ลงมาจากม้าไม้แล้วเปิดประตูเมืองและฆ่าชาวทรอยเสียสิ้น นั่นคืออวสานของทรอย
นำท่านถ่ายรูปกับม้าไม้ตามตำนาน จากเดินทางสู่ชานัคคาเล เมืองศูนย์กลางการค้า และชุมทางการเดินรถ ทั้งยังเป็นที่ขนถ่ายสินค้าจากเอเชียสู่ยุโรป ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 ชานัคคาเลเป็นที่ตั้งของสมรภูมิรบกัลลิโปลี เมื่อฝ่ายสัมพันธมิตรต้องการรุกคืบเข้าไปยังช่องแคบดาร์ดะเนลส์เพื่อบีบให้ตุรกีถอนตัวออกจากสงคราม
 
ค่ำ รับประทานอาหารในโรงแรม
เข้าสู่ที่พัก Idakale Resort Hotel หรือระดับใกล้เคียง
วันที่ 6 ชานัคคาเล-อีสตันบูล   
เช้า รับประทานอาหารในโรงแรม
จากนั้นเดินทางสู่กรุงอีสตันบูล (237 KM) นั่งเรือเฟอร์รี่ข้ามช่องแคบดาร์ดะเนลส์จากฝั่งอนาโตเลียไปขึ้นที่ฝั่งยุโรป กรุงอิสตันบูล เป็นเมืองที่ผึ่งตัวคลุมอยู่บน 2 ทวีป ผสมผสานทั้งวัฒนธรรมตะวันตกและตะวันออกจนเป็นเสน่ห์เฉพาะตัวที่ผิดแผกจากเมืองไหนๆ ในโลก มีอดีตที่โดดเด่น เป็นฐานที่มั่นของนครคอนสแตนติโนเปิลอันเกรียงไกร อาณาจักรโรมันตะวันออกอันยิ่งใหญ่ถูกสถาปนาขึ้นที่นี่ อาณาจักรไบแซนไทน์ก็รุ่งเรืองและเสื่อมลงที่นี่เช่นกัน เรื่อยมาจนถึงอาณาจักรออตโตมันที่รุ่งโรจน์ไม่แพ้จักรวรรดิไหน
กลางวัน รับประทานอาหารในภัตตาคารไทย
ชมพระราชวังโดลมาบาห์เช อัญมณีประดับนครอิสตันบูล ร่ำลือเป็นเสียงเดียวกันว่าหากอยากเห็นสถานที่ที่เป็นตัวแทนของตะวันออกเคล้ากับตะวันตกได้ลงตัวที่สุด ต้องไปยืนมองพระราชวังแห่งนี้ สุลต่านอับดุลเมซิด ผู้โปรดปรานสถาปัตยกรรมและศิลปะแบบยุโรปมีบัญชาให้สร้างพระราชวังแห่งนี้ขึ้นในช่วงกลางศตวรรษที่ 13 ตกแต่งผสมผสานไปทั้งศิลปเรอเนสซองส์ รอกโคโค และบารอค มีห้องหับต่างๆ หลายร้อยห้อง มีห้องที่เป็นไฮไลท์ อาทิ ท้องพระโรง ห้องพักของสุลต่าน ห้องพักของเคมัล อตาเติร์ก  เมื่ออยู่ในพระราชวังไม่ว่าจะเหลียวมองไปนาฬิกาเรือนไหน ทุกเรือนเข็มสั้นจะอยู่แถวเลข 9 เข็มยาวชี้เลข 1 นั่นหมายถึงนาฬิกาทุกเรือนถูกตั้งไว้ที่ 09.05 น. เวลาที่อตาเติร์กถึงแก่อสัญกรรมเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 1938 และนั่งเรือล่องช่องแคบบอสฟอรัส เพลิดเพลินกับทิวทัศน์สวยงามสองฝั่ง ฝั่งยุโรป- ผ่านพระราชวังโดลบามาเช โรงแรมชีราอาน โรงแรมเคมปินสกี้อันเลิศหรู ตรงกันข้ามฝั่งเอเชียจะเป็นย่านเรียกว่า เฟติ อาห์เมต ปาซา ยาลี เรียงรายไปด้วยเรือนไม้ฤดูร้อน และสถานทูตต่างชาติในยุคออตโตมัน ผ่านไปใต้สะพานบอสฟอรัสฝั่งยุโรปเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีสีสัน ทั้งหอศิลป์ บาร์ ร้านอาหารมีระดับ จากนั้นเรือจะล่องสู่ย่านชานเมืองที่สงบและมีเสน่ห์แบบโบราณ เมื่อเรือลอดใต้สะพานลอดช่องแคบแห่งที่สอง-สะพานฟาติห์ เสียงอึกทึกในตัวเมืองจะแผ่วลง เหลือแต่เสียงหวูดเรือประมงเล็กๆ ที่กลับจากหาปลาตอนกลางวัน และเรือบรรทุกน้ำมันของรัสเซียและโรมาเนียที่แล่นเข้าออกช่องแคบบอสฟอรัสและดาร์ดะเนลส์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นภาพอดีตที่รัสเซียถือเอาช่องแคบตุรกีเป็นกุญแจปิดล็อกประตูหลังบ้านของตน จากนั้นนำท่านสู่สไปซ์มาร์เกต ร้านรวงเต็มไปด้วยสีสัน ตลาดนี้จะขายเครื่องเทศเป็นหลัก นอกจากนั้นก็มีสินค้าอื่นๆ และราคาดูเหมือนจะย่อมเยาว์ นอกจากเครื่องเทศแล้ว ก็ยังจะมี เซรามิก จาน ชาม ถ้วยชา แจกัน โถ เครื่องดนตรีพื้นเมือง โคมไฟ เครื่องดูดบารากู่ ทองคำ เครื่องเงิน เครื่องประดับต่างๆ ของที่ระลึกพวกพวงกุญแจ กระเบื้องเพนท์ติดผนัง ของกินเล่นอย่างชา กาแฟ ถั่วแมคคาดาเมีย พิตาชิโอ ขนมหวานตุรกีอย่างเตอร์กิสดีไลท์ ตาปีศาจ เครื่องรางสุดฮิต ฯลฯ
ค่ำ รับประทานอาหารในภัตตาคาร เข้าสู่ที่พัก Ramada Encore Hotel หรือระดับใกล้เคียง
วันที่ 7 อีสตันบูล-กรุงเทพฯ
เช้า รับประทานอาหารในโรงแรม
จากนั้นชมพระราชวังทอปคาปิ สร้างในสมัยสุลต่านเมห์เมตที่ 2 หรือ เมห์เมตผู้พิชิตแห่งอาณาจักรออตโตมัน สร้างขึ้นบนจุด  ที่สามารถมองเห็นช่องแคบบอสฟอรัส โกลเด้นฮอร์น และทะเลมาร์มาราได้อย่างชัดเจน พระราชวังแห่งนี้ในอดีตเป็นที่ประทับของสุลต่านแห่งราชวงค์ออตโตมันหลายพระองค์ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์ในปี ค.ศ.1924 ...ชมห้องท้องพระคลังซึ่งถือเป็นไฮไลท์สำคัญ จัดแบ่งออกเป็นสามห้อง คือ ห้องแรก เก็บพวกเสื้อผ้าชุดโบราณของกษัตริย์ และอาวุธโบราณที่สวยงาม ห้องที่สอง เก็บพวกเครื่องประดับ สร้อย กำไล ต่างหู และเพชรนิลจินดา มีดาวเด่นเป็นกริชที่ด้ามประดับด้วยมรกตเม็ดโตสามเม็ด ฝักทำด้วยทองคำประดับเพชร ตรงกลางฝังอัญมณีและไข่มุก ห้องที่สาม จัดแสดงเครื่องประดับ เพชรพลอย ชิ้นที่น่าสนใจคือ เพชรของช่างทำช้อน ขนาด 86 กะรัต เจียระไนเป็นรูปกุหลาบ 49 เหลี่ย
กลางวัน รับประทานอาหารในภัตตาคารจีน
ชมมหาวิหารเซนต์โซเฟีย หนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลางที่สร้างมายาวนานเกือบ 1,500 ปี จักรพรรดิจัสติเนียน แห่งอาณาจักรไบแซนไทน์ทรงพระบัญชาให้สองสถาปนิกแห่งยุคทำการบูรณะโบสถ์หลังเก่า โดยออกแบบและปรับปรุงให้ยิ่งใหญ่อลังการอย่างที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อนในโลก งบประมาณไม่อั้น เซนต์โซเฟียดำรงสถานะเป็นโบสถ์คริสต์มากว่า 900 ปี ก่อนจะมาถึงจุดเปลี่ยนเมื่อ 29 พฤษภาคม ค.ศ.1453 เมื่อกรุงคอนสแตนติโนเปิลถูกตีแตกโดยสุลต่านเมห์เมตที่ 2 และยึดเมืองหลวงแห่งไบแซนไทน์ได้ ก็ทรงเสด็จไปยังเซนต์โซเฟียเพื่อทำการละหมาด พร้อมทั้งบัญชาให้เปลี่ยนสถานะจากโบสถ์คริสต์เป็นมัดยิดของชาวมุสลิม โดยให้ฉาบปูนปิดทับภาพโมเสกอันสวยงามให้หมด
จากนั้นชมมัสยิดสุลต่านอาห์เมต ที่มีแรงบันดาลใจมาจากการต้องการเอาชนะหรือสร้างมัสยิดที่มีขนาดใหญ่กว่าวิหารเซนต์โซเฟีย สร้างในสมัยของสุลต่านอาห์เมตที่ 1 นอกจากความใหญ่โตอลังการแล้วยังประดับกระเบื้องอิซนิกอันเก่าแก่กว่า 21,000 แผ่น บริเวณภายในและตามระเบียงต่างๆ จนคนทั่วไปนิยมเรียกมัสยิดแห่งนี้ว่า มัสยิดสีฟ้า ตามสีของกระเบื้องอิซนิกอันเลื่องชื่อ และนอกจากนี้ยังครองความเป็นที่สุดที่เป็นมัสยิดหนึ่งเดียวในตุรกีที่มีหอสวดมนต์มากถึงหกหอด้วยกัน การตกแต่งภายในก็ดูยิ่งใหญ่ด้วยหน้าต่างทั้งหมด 260 บาน สลับสล้างด้วยหน้าต่างกระจกสีอันวิจิตร และพื้นที่สำหรับละหมาดขนาดกว้าง และจัตุรัสสุลต่านอาห์เมต หรือฮิปโปโดรม สร้างในสมัยจักรพรรดิเซปติมิอุส เซเวรุส ฮิปโปโดรมมีบทบาทมากมายในหน้าประวัติศาสตร์ ธีโอโดรา ชายาของจักรพรรดิจัสติเนียน ปรากฏตัวขึ้นครั้งแรกที่ฮิปโปโดรมในฐานะนางระบำและเป็นที่ต้องพระทัยของจักรพรรดิในทันที และที่นี่ก็เป็นฉากในเหตุการณ์การจลาจลเพื่อชัยชนะของกลุ่มศาสนาสีฟ้าและสีเขียวที่ลุกลามเป็นสงครามกลางเมือง จุดเด่นที่เหลือรอดมาถึงทุกวันนี้คือ โอบีลิสก์ฟาโรห์ธุตโมส เสางู และเสาคอลัมน์คอนสแตนตินที่ 7 แต่แผ่นทองสำริดที่หุ้มเสาเหล่านี้อยู่ถูกขนไปยังเวนิส หลังการเข้าปล้นสะดมของละตินในปีค.ศ.1203 ม้าทองคำ 4 ตัวเหนือประตูใหญ่วิหารเซนต์มาร์คในเวนิสก็นำไปจากที่นี่...
16.30
20.50
เดินทางไปท่าอากาศยานนานาชาติอตาเติร์ก
สายการบินเตอร์กิช เที่ยวบินที่ TK 64 นำท่านเหิรฟ้าสู่กรุงเทพฯ บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน
วันที่ 8 กรุงเทพฯ
09.45 เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ

***หมายเหตุ รายการอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ทั้งนี้โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นหลัก***
ใน กรณีที่ผู้โดยสารอยู่ต่างจังหวัด หากมีการออกบัตรโดยสารรถทัวร์, รถไฟ หรือตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ กรุณาแจ้งให้เจ้าหน้าที่ของบริษัทฯทราบทุกครั้งก่อนทำการออกตั๋วทุdประเภท มิฉะนั้นทางบริษัทฯจะไม่รับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นในกรณีที่ทัวร์มี การยกเลิกการเดินทางหรือเปลี่ยนแปลงเที่ยว

หมายเหตุ
กรุณา ตรวจสอบหนังสือเดินทางของท่าน ต้องมีอายุในการใช้งานมากกว่า 6 เดือน นับจากวันเดินทาง ..หนังสือเดินทางถือเป็นเอกสารราชการหากหนังสือเดินทางของท่านมีรอย,ขีด, ขูด, ขาดหรือชำรุด ถือว่าเอกสารทางราชการชำรุด ไม่สามารถใช้ในการเดินทางไปต่างประเทศได้..ลูกค้ากรุณาตรวจสอบหนังสือเดิน ทางของท่านด้วยตัวท่านเอง..หากเกิดความผิดพลาด ทางบริษัทฯ ไม่สามารถรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้นได้


เงื่อนไขการจองทัวร์ตุรกี

อัตราค่าบริการรวม
1. ค่าตั๋วเครื่องบินเตอร์กิชแอร์ไลนส์ รวมภาษีสนามบินและธรรมเนียมเชื้อเพลิง
2. ค่าที่พักห้องคู่ ดังที่ระบุในรายการหรือระดับเดียวกัน
3. ค่าอาหาร ดังที่ระบุในรายการ
4. ค่าเข้าชม ดังที่ระบุในรายการ
5. ค่ารถนำเที่ยว ดังที่ระบุในรายการ
6. ค่าน้ำดื่มบนรถวันละ 1 ขวด (0.5 Lt)
7. ค่าประกันอุบัติเหตุในระหว่างการเดินทาง

อัตราค่าบริการไม่รวม
1. ค่าทิปคนขับรถ ไกด์ท้องถิ่น และหัวหน้าทัวร์ไทย ท่านละ 60 USD
2. ค่ายกกระเป๋าในโรงแรมและสนามบิน
3. ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ค่าอาหาร-เครื่องดื่ม นอกเหนือรายการทัวร์ ค่าซักรีด ค่ามินิบาร์ ค่าโทรศัพท์ ฯลฯ
4. ค่าปรับ สำหรับน้ำหนักกระเป๋าเดินทางที่เกินจากสายการบินกำหนด (20 กิโลกรัม)
5. ค่าทำหนังสือเดินทาง
6. ค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย และค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม
7. ค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิงที่ทางสายการบินอาจมีการเรียกเก็บเพิ่มเติมในภายหลัง

เอกสารในการเดินทาง และยื่นวีซ่า
**หนังสือเดินทางไทยไม่ต้องยื่นวีซ่าเมื่อเข้าประเทศตุรกี สามารถอยู่ได้ไม่เกิน 30 วัน**
- ใช้หนังสือเดินทางที่มีอายุเหลือใช้งานอย่างน้อย 6 เดือน นับจากวันเดินทางกลับถึงประเทศไทย

การสำรองที่นั่ง
- กรอกรายละเอียดในใบสำรองที่นั่ง และส่งอีเมลหรือแฟกซ์กลับมายังบริษัท
- แนบสำเนาหนังสือเดินทางมาพร้อมกับใบสำรองที่นั่ง

การชำระเงิน
- มัดจำ ท่านละ 15,000 บาท ภายใน 3 วัน นับจากวันจอง
- ชำระยอดเต็มก่อนการเดินทาง อย่างน้อย 20 วันทำการ

การเปลี่ยนแปลงและการยกเลิก
- แจ้งล่วงหน้าก่อนวันเดินทางอย่างน้อย 45 วันทำการ ไม่ริบเงินมัดจำ
- แจ้งล่วงหน้าก่อนวันเดินทางอย่างน้อย 30 วันทำการ ริบเงินมัดจำ
- ยกเลิกก่อนวันเดินทาง 25 วันทำการ หักค่าตั๋วเครื่องบินและค่าธรรมเนียม
- ยกเลิกก่อนวันเดินทางภายใน 20 วันทำการ ไม่คืนเงินทั้งหมด

ข้อกำหนดและเงื่อนไขอื่นๆ
1. ราคาเด็กเสริมเตียงสำหรับเด็กอายุไม่เกิน 7 ปี
2. กรุ๊ปยืนยันการเดินทางตามราคาที่ระบุ เมื่อมีผู้เดินทางครบ 20 ท่าน ขึ้นไป
3. ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิก หรือเปลี่ยนกำหนดการเดินทาง หากมีผู้ร่วมเดินทางในคณะทัวร์ไม่ครบตามที่กำหนดไว้
4. อัตราค่าบริการคิดคำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยน และราคาตั๋วเครื่องบินในปัจจุบัน บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนราคาค่าบริการในกรณีที่มีการขึ้นราคาค่าตั๋วเครื่องบิน ธรรมเนียมเชื้อเพลิง ค่าประกันวินาศภัย ภาษีสนามบิน หรือมีการประกาศลดค่าเงินบาท หรืออัตราแลกเปลี่ยนได้ปรับขึ้นในช่วงใกล้วันเดินทาง
5. สถานทูตเก็บค่าธรรมเนียมวีซ่าโดยปริยาย หากมีการยื่นวีซ่าแล้วไม่มีการคืนในทุกกรณี
6. ในกรณีที่ท่านจะใช้หนังสือเดินทางราชการ (เล่มสีน้ำเงิน) เดินทางกับคณะทัวร์ บริษัทสงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบหากท่านถูกปฏิเสธการเข้าหรือออกนอกประเทศใดประเทศหนึ่ง
7. หากท่านถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของประเทศนั้นๆ ปฏิเสธการเข้าเมือง ออกเมือง ด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตาม ถือเป็นเหตุผลซึ่งอยู่นอกเหนืออำนาจและความรับผิดชอบของบริษัท ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่คืนเงินทั้งหมดหรือบางส่วน
8. บริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายใดๆ ในกรณีที่เกิดเหตุสุดวิสัย เช่น การยกเลิกหรือล่าช้าของสายการบิน อุบัติเหตุ ภัยธรรมชาติ การนัดหยุดงาน การจลาจล หรือสิ่งของสูญหายตามสถานที่ต่างๆ ที่เกิดเหนืออำนาจควบคุมของบริษัท
9. ใน 1 วัน คนขับรถจะทำงานและพักผ่อนระหว่างขับรถรวมแล้วไม่เกิน 12 ชั่วโมง หากมีการเสียเวลาระหว่างวัน โปรแกรมอาจต้องปรับเปลี่ยน
10. ในระหว่างท่องเที่ยวนี้หากท่านไม่ใช้บริการใดๆ ไม่ว่าจะบางส่วนหรือทั้งหมด ถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่สามารถเรียกร้องขอคืนค่าบริการได้
11. หากท่านไม่เดินทางกลับพร้อมคณะทัวร์ ตั๋วเครื่องบินขากลับซึ่งยังไม่ได้ใช้ ไม่สามารถนำมาขอคืนเงินได้
12. ค่าบริการที่ท่านชำระกับทางบริษัท เป็นการชำระแบบเหมาขาด และทางบริษัทได้ชำระให้กับบริษัทตัวแทนแต่ละแห่งแบบเหมาขาดเช่นกัน ดังนั้นหากท่านมีเหตุอันใดที่ทำให้ท่านไม่ได้ท่องเที่ยวพร้อมคณะตามรายการที่ระบุไว้ ท่านจะขอคืนเงินไม่ได้
13. ท่านที่จะออกตั๋วภายในประเทศ เช่น เชียงใหม่ ภูเก็ต ฯลฯ กรุณาแจ้งบริษัทก่อน เพื่อยืนยันว่าทัวร์ยืนยันการเดินทางได้ หากท่านออกตั๋วโดยไม่ได้รับการยืนยันจากบริษัทแล้วทัวร์นั้นยกเลิก บริษัทไม่สามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายนั้นได้
14. บริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายการทัวร์ตามความเหมาะสม และสถานการณ์ต่างๆ ทั้งนี้อยู่ในดุลยพินิจของหัวหน้าทัวร์เป็นสำคัญ

 


บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายการ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาวะอากาศ การเมือง สายการบิน และราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราของแต่ละสกุลเงิน
ถือเป็นเอกสิทธิ์ของผู้จัดเป็นหลัก

Share


 

ยุโรป | ทัวร์ยุโรป | ทัวร์ยุโรป ปีใหม่ 2561  | ทัวร์ยุโรป ราคาถูก | ยุโรป ราคาถูก 2560ทัวร์ยุโรป ราคาถูก | ทัวร์สวิตเซอร์แลนด์ | ทัวร์ฝรั่งเศส | ทัวร์เยอรมัน | ทัวร์อิตาลี | แกรนด์ปารีส | ทัวร์เนเธอร์แลนด์ | ทัวร์นิวซีแลนด์ | ทัวร์ออสเตรเลีย | ทัวร์อังกฤษ ราคาถูก ทัวร์อียิปต์ | ทัวร์ตุรกี | ทัวร์แคนาดา | ทัวร์สแกนดิเนเวียเที่ยวยุโรป | ทัวร์ยุโรปตะวันออก | ทัวร์อเมริกา | ทัวร์ออสเตรีย | ทัวร์สวิสเซอร์แลนด์เที่ยวยุโรป อิตาลี สวิส ฝรั่งเศสทัวร์ปรากแกรนด์อิตาลีแกรนด์สวิสข้อมูลทัวร์ฝรั่งเศสทัวร์ฝรั่งเศสทัวร์ตุรกี | ทัวร์อียิปต์ราคาถูก | ทัวร์อเมริกา | ทัวร์แคนาดา | ทัวร์อังกฤษ | เทศกาล ทัวร์ยุโรป | ทัวร์ยุโรป โปรโมชั่นทัวร์อังกฤษ ราคาถูก | ทัวร์ยุโรป โปรโมชั่น | เที่ยวยุโรป ราคาประหยัด| ทัวร์อิตาลี สวิส ฝรั่งเศส | ทัวร์ยุโรป อิตาลี สวิส ฝรั่งเศส ราคาถูก | แกรนด์อิตาลี | ทัวร์ยุโรป ปีใหม่ 2018